คำถามที่พบบ่อย

วัคซีนมะเร็งปากมดลูกคืออะไร

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก (หรือที่เรียกว่า Human Papillomavirus หรือ HPV วัคซีน) จะป้องกันไวรัสที่เป็นสาเหตุส่วนใหญ่ที่

ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูกพบในผู้หญิงเกือบ 10,000 คนต่อปีในสหรัฐอเมริกา ทั่วโลกแล้วมะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่สาเหตุ การ

ตายที่พบบ่อยที่สุดในผู้หญิง วัคซีนมะเร็งปากมดลูกสามารถปกป้องชีวิตและป้องกันความกลัวและค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการเป็นมะเร็ง

ปากมดลูก และผลตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก(Pap tests) ที่ผิดปกติ

HPV คืออะไรและติดต่อไปยังคุณได้อย่างไร? จะปกป้องตนเองจากมะเร็งปากมดลูกได้อย่างไร?
ใครควรจะฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกบ้าง? ทำไมวัคซีนมะเร็งปากมดลูกจึงแนะนำให้ใช้ในเด็ก
ผู้หญิงที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้วจะได้ประโยชน์
จากวัคซีนอย่างไร

ฉันควรจะฉีดวัคซีนหรือไม่และลูกสาวของฉันควรจะ
ฉีดวัคซีนหรือไม่?

ฉีดวัคซีนอย่างไร วัคซีนปลอดภัยหรือไม่
มีกลุ่มเด็กหญิงหรือผู้หญิงที่ไม่ควรรับวัคซีนหรือไม่ การประกันสุขภาพครอบคลุมค่าใช้จ่ายหรือไม่
มีวัคซีนสำหรับเด็กชายหรือผู้ชายหรือไม่ ประสิทธิภาพของวัคซีน HPV เป็นอย่างไร
วัคซีนออกฤทธิ์ได้นานเท่าไร หลังฉีดวัคซีนแล้วจำเป็นต้องตรวจหามะเร็งปากมดลูก
(pap smear)อีกหรือไม่
สิ่งสำคัญที่สุดที่ผู้ป่วยควรทราบเกี่ยวกับวัคซีน HPV ทำไมต้องได้รับวัคซีนมะเร็งปากมดลูก 3 เข็ม
วัคซีนมะเร็งปากมดลูกให้ประโยชน์ในกลุ่มคนที่มี
เพศสัมพันธ์แล้วหรือไม่
วัคซีนมีผลข้างเคียงหรือความเสี่ยงต่อสุขภาพหรือไม่

คุณจะป้องกันมะเร็งปากมดลูกอย่างไรหากคุณไม่ได้
อยู่ในกลุ่มอายุที่แนะนำให้ฉีดวัคซีน

ถุงยางอนามัยป้องกันการแพร่เชื้อ HPV ได้หรือไม่
จะรู้ได้อย่างไรว่ามีการติดเชื้อ HPV มีการทดสอบหาเชื้อ HPV หรือไม่
HPV สามารถรักษาได้หรือไม่  

HPV คืออะไร และมันติดต่อไปยังคุณได้อย่างไร

HPV เป็นไวรัสตระกูลหนึ่งที่เป็นสาเหตุสำคัญมะเร็งปากมดลูกและปัญหาอื่นๆเช่น หูดที่อวัยวะเพศ หรือเท้า HPV ยังคงเป็น

สาเหตุของมะเร็งที่อวัยวะเพศ, ช่องคลอด, ทวารหนัก, และมะเร็งของศีรษะและคอ ผู้หญิงและผู้ชายจะติดเชื้อ HPV ชนิดที่ก่อให้เกิด

มะเร็งปากมดลูกผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ ผู้หญิงส่วนใหญ่จะเคยได้รับเชื้อ HPV ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต


จะปกป้องตนเองจากมะเร็งปากมดลูกได้อย่างไร

การตรวจคัดกรองมะเร็งปกมดลูกอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่อายุ 21 ปี หรือภายใน 3 หลังจากเริ่มมีเพศสัมพันธ์จะสามารถตรวจ

พบปัญหาที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อ HPV ก่อนที่มะเร็งจะเกิดขึ้นได้ และปัจจุบันวัคซีนใหม่ที่สามารถป้องกันการติดเชื้อ HPV ชนิด

เป็นที่เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิด 70% ของมะเร็งปากมดลูก แต่หากคุณไม่เคยติดเชื้อ HPV มาก่อนเลย โอกาสในการเกิดมะเร็ง

ปากมดลูกก็ค่อนข้างต่ำมาก แต่หนทางเดียวที่จะสามารถป้องกันจากการติดเชื้อ HPV ได้อย่างแน่นอนคือ การงดมีเพศสัมพันธ์

ตลอดชีวิต การใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งก็สามารถป้องกันการติดเชื้อ HPV ได้


ใครควรจะฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกบ้าง

ตามแนวทางปฏิบัติแล้วคือ

- แนะนำให้ฉีดในเด็กหญิงอายุ 11-12 ปีทุกราย

- สามารถเริ่มให้วัคซีนได้ตั้งแต่อายุ 9 ปี

- ในทางอุดมคติ ควรเริ่มให้วัคซีนตั้งแต่ก่อนมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก แต่ผู้หญิงที่อายุ 26 และมีเพศสัมพันธ์ก็ควรได้รับวัคซีน

- การให้วัคซีนแนะนำในเด็กหญิงและผู้หญิงอายุ 13-26 ปีที่ไม่เคยฉีดวัคซีนมาก่อน อย่างไรก็ดีการตัดสินใจว่าจะให้หรือไม่

ให้วัคซีน แก่ผู้หญิงอายุ 19-26 ปีควรมีการคุยระหว่างแพทย์และผู้รับบริการถึงความเสี่ยงที่ผู้รับบริการจะเคยได้รับเชื้อ HPV มา

ก่อนและประโยชน์ที่จะได้รับจากวัคซีน


ทำไมวัคซีนมะเร็งปากมดลูกจึงแนะนำให้ใช้ในเด็ก

โดยอุดมคติแล้ว ผู้หญิงควรได้รับวัคซีนก่อนมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก เนื่องจากวัคซีนจะมีประสิทธิภาพสูงสุดในเด็กหรือผู้หญิง

ที่ ไม่เคยได้รับการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ที่วัคซีนครอบคลุมมาก่อน ดังนั้นเด็กหญิงและผู้หญิงที่ไม่เคยติดเชื้อเหล่านี้ก็จะได้ประโยชน์

เต็มที่จากการฉีดวัคซีน


แล้วผู้หญิงที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้วจะได้ประโยชน์จากวัคซีนหรือไม่

ผู้หญิงที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้วก็ยังคงได้รับประโยชน์จากการฉีดวัคซีนอยู่ แต่อาจจะน้อยกว่าเนื่องจากผู้หญิงเหล่านี้อาจจะเคย

ได้รับเชื้อ HPV มาแล้วไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์เดียวหรือหลายสายพันธุ์ซึ่งเป็นชนิดที่ครอบคลุมโดยวัคซีน


ควรจะฉีดวัคซีนหรือไม่ และลูกสาวของฉันควรจะฉีดวัคซีนหรือไม่

มะเร็งปากมดลูกมักจะเกิดขึ้นกับผู้หญิงในช่วงวัยเจริญพันธุ์ ซึ่งมะเร็งเหล่านี้อาจทำให้ผู้หญิงเสียความสามารถในการมีบุตร

และคุกคาม ชีวิตของมารดาที่อายุน้อยได้ คุณอาจไม่ทราบว่ามีใครที่เป็นมะเร็งปากมดลูกบ้าง แต่ในสตรีส่วนใหญ่จะทราบว่ามีใคร

ที่ผลการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกผิดปกติ เนื่องจากการติดเชื้อ HPV นั้นพบได้บ่อย จึงมีความเชื่อว่าการตรวจคัดกรองมะเร็ง

ปากมดลูกจะสามารถค้นหาคนที่เป็นมีปากมดลูกผิดปกติที่ยังสามารถรักษาได้ ปัจจุบัน ผู้หญิงจะมีทางเลือกที่สำคัญเพิ่มขึ้นในการ

ป้องกัน วัคซีนมะเร็งปากมดลูกจะช่วยป้องกันก้าวแรกของการเกิดมะเร็งปากมดลูกนั่นก็คือการติดเชื้อ HPV การฉีดวัคซีนร่วมกับ

การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้


ฉีดวัคซีนอย่างไร

ฉีดที่แขนหรือต้นแขน 3 ครั้ง ในวันแรก, 2เดือนและ 4 เดือนหลังจากนั้น โดยภูมิคุ้มกันจะเกิดหลังจากให้ยาครบทั้ง 3 เข็ม

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจำเป็นจำต้องฉีดกระตุ้นอีกหรือไม่


วัคซีนปลอดภัยหรือไม่

ปลอดภัยมีการศึกษาว่าวัคซีนมีความปลอดภัยค่อนข้างมาก ไม่พบว่ามีไวรัสที่มีชีวิตเหลืออยู่ในวัคซีน ผลข้างเคียงที่พบได้

บ่อยหลังฉีดยาคือ มีแดงและเจ็บบริเวณที่ฉีดยา อาการปวดหัว (คล้ายกับจะเป็นไข้หวัด) ก็พบได้บ่อย อาจพบมีไข้ได้ อาการปวด

และมีไข้สามารถบรรเทาโดยการให้ยาได้ แต่ก็คล้ายคลึงกับยาทั่วไปก็คือยังคงต้องเฝ้าระวังความปลอดภัยในการใช้วัคซีนต่อไป


มีกลุ่มเด็กหญิงหรือผู้หญิงที่ไม่ควรรับวัคซีนหรือไม่

ไม่ควรฉีดวัคซีนหากยังมีอาการเจ็บป่วยหรือมีประวัติแพ้ยีสต์หรือตั้งครรภ์อยู่หรืออยู่ในช่วงที่พยายามจะตั้งครรภ์ ความ

เสี่ยงของการแท้งบุตรค่อนข้างต่ำ อย่างไรก็ดี คล้ายคลึงกับยาใหม่ทั่วไปก็คือยังไม่ทราบความเสี่ยงที่แน่ชัด คุณควรจะฉีดวัคซีน

ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มอายุที่มีการแนะนำให้ฉีด หรือแม้แต่อยู่ในช่วงที่กำลังรักษาผลการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกที่ผิดปกติ หรือ

เคยมีผล Pap smear ผิดปกติ, หูดที่อวัยวะเพศ หรือเคยติดเชื้อ HPV มาก่อนในอดีต


การประกันสุขภาพครอบคลุมค่าใช้จ่ายหรือไม่

บริษัทประกันชีวิตบางแห่งอาจจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายแต่บางแห่งก็ไม่ครอบคลุม บริษัทประกันใหญ่ๆส่วนมากมักจะวางแผน

ให้ครอบคลุมการฉีดวัคซีนพื้นฐาน อย่างไรก็ดี หลังฉีดวัคซีนอาจจะต้องใช้เวลาสักระยะหลังจากที่วัคซีนนั้นได้ถูกแนะนำให้ฉีดกว่า

ที่จะมีใช้แพร่หลายและครอบคลุมในการวางแผนสุขภาพ หากคุณต้องตรวจสอบกับบริษัทประกันชีวิตของคุณ ถ้าหากว่าผู้ให้บริการ

สามารถครอบคลุมการให้วัคซีนพื้นฐานในเด็ก วัคซีนมะเร็งปากมดลูกก็น่าจะครอบคลุมสำหรับเด็กหญิงและผู้หญิงในกลุ่มที่แนะนำ


มีวัคซีนสำหรับเด็กชายหรือผู้ชายหรือไม่

ยังอยู่ในระหว่างการศึกษา แต่ ณ เวลานี้ได้รับการยอมรับให้ใช้เฉพาะกับเด็กหญิงและผู้หญิงเท่านั้น


ประสิทธิภาพของวัคซีน HPV เป็นอย่างไร

มีผลการทดลองทางคลินิกจากหลายแห่งพบว่าวัคซีน HPV มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันภาวะเนื้อเยื่อ ที่เจริญเติบโต

ผิดปกติที่นำไปสู่มะเร็งปากมดลูกได้ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงที่ไม่เคยมีประวัติได้ติดเชื้อไวรัส HPV เรื้อรังมาก่อน เนื่องจากการ

พัฒนาของเนื่อเยื่อที่ผิดปกติไปเป็นมะเร็งนั้นจะต้องใช้เวลาหลายปี ดังนั้นอาจต้องใช้เวลาหลายปีกว่ากว่าจะพบว่าจำนวนการเกิด

ผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ลดลง อย่างไรก็ดีพบว่ามีการติดเชื้อไวรัส HPV เรื้อรังเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้เกิดภาวะเนื้อเยื่อเจริญ

ผิดปกติและกลายเป็นมะเร็งปากมดลูกในที่สุด ดังนั้นจึงต้องใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะพิสูจน์ได้ว่ามีการลดลงของความเสี่ยงที่

จะเกิดมะเร็งปากมดลูก


วัคซีนออกฤทธิ์ได้นานเท่าไร

วัคซีนจะมีประสิทธิภาพดีที่สุดในการป้องกันการติดเชื้อ HPV ถ้าใช้ในกลุ่มคนที่ไม่เคยติดเชื้อ HPVมาก่อน ที่สำคัญคือ

วัคซีนไม่สามารถกำจัดเชื้อไวรัส HPV ในกรณีที่มีการติดเชื้อเรื้อรังมาก่อนฉีดได้ ปัจจุบันยังไม่ทราบแน่ชัดว่าระยะเวลา

การออกฤทธิ์ของ HPV จะอยู่ได้นานเท่าไรหรือจำเป็นต้องฉีดซ้ำเมื่อไร และบ่อยเท่าไร แต่เท่าที่มีข้อมูลล่าสุดในปัจจุบันรายงาน

ถึงระยะเวลาที่วัคซีนจะออกฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัสได้นานอย่างน้อย 3-5 ปี หรืออาจจะนานกว่านั้น ในอนาคตการติดตามผู้ป่วยที่ได้รับ

วัคซีนอาจจะให้ข้อมูลมากขึ้นว่าภูมิคุ้มกันของการให้วัคซีนจะลดลงเมื่อไรและจำเป็นต้องฉีดซ้ำเมื่อไร


หลังฉีดวัคซีนแล้วจำเป็นต้องตรวจหามะเร็งปากมดลูก (pap smear) อีกหรือไม

ยังไม่มีคำแนะนำพิเศษเฉพาะสำหรับคนที่ได้รับวัคซีน HPV โดยปัจจุบันยังคงแนะนำให้ปฏิบัติตามแนวทางตรวจคัดกรอง

มะเร็งปากมดลูกตามปกติ ข้อมูลในส่วนนี้อาจจะต้องรอความเห็นของผู้เชี่ยวชาญในอนาคต


สิ่งสำคัญที่สุดที่ผู้ป่วยควรทราบเกี่ยวกับวัคซีน HPV

ข้อมูลในปัจจุบันคือวัคซีน HPV นั้นปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสซึ่งเป็นสาเหตุ สำคัญของ

การเกิดมะเร็งปากมดลูก ที่สำคัญที่สุดคือ ผู้ป่วยควรตระหนักว่าวัคซีน HPVนั้น “ป้องกันการติดเชื้อไวรัส HPV (หูด) เรื้อรัง” แต่

ไม่สามารถใช้ในการรักษาการติดเชื้อไวรัส HPVในคนที่มีการติดเชื้อมาก่อนแล้วได้


ทำไมต้องได้รับวัคซีนมะเร็งปากมดลูก 3 เข็ม

นักวิจัยยังทราบแน่ชัดว่าระดับแอนติบอดี้ควรจะสูงเท่าไรจึงจะป้องกัน HPV 1 ได้ ในการทดลองทางคลินิก นักวิจัยสังเกต

ว่าระดับแอนติบอดี้ในผู้หญิงจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในแต่ละครั้งที่ได้รับวัคซีน เนื่องจากระดับแอนติบอดี้มักจะไม่ลดลงหลังจากหยุดให้

วัคซีนก็น่าจะเป็นได้ว่าการเริ่มต้นด้วยแอนบอดี้ระดับสูงจะช่วยป้องกัน HPV ได้ยาวนานขึ้นอาจจะเป็นปีหรือหลายสิบปี และเมื่อ

เวลาผ่านไป นักวิจัยอาจพบว่า การให้วัคซีนอาจไม่จำเป็น หรือ การให้วัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันซ้ำอีกครั้งอาจจะจำเป็น


วัคซีนมะเร็งปากมดลูกให้ประโยชน์ในกลุ่มคนที่มีเพศสัมพันธ์แล้วหรือไม่

มีในการทดลองทางคลินิก Gardasil มีประสิทธิภาพในกลุ่มผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์แล้วอายุ 26 ปีหรือต่ำกว่าและ

ในกลุ่มนี้บางคนอาจเคยติดเชื้อ HPV 1 สายพันธุ์หรือมากกว่าแล้ว Gardasil และ Cervarix จะป้องกัน HPV จำเพาะบาง

สายพันธุ์แต่ก็ต่อเมื่อผู้ป่วยไม่เคยสัมผัสกับสายพันธุ์เหล่านี้มาก่อน ถ้าหากยิ่งมีจำนวนคู่นอนมากเท่าไหร่โอกาสในการติดเชื้อ

HPV หลายสายพันธุ์ก็ยิ่งมีมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญบางคนได้แนะนำให้ผู้หญิงอายุ 18-26 ปีบอกถึงประวัติเพศสัมพันธ์กับแพทย์

เพื่อดูว่าประเมินถึงประโยชน์ที่จะได้จากวัคซีน โดยทั่วไปศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค(CDC)ได้แนะนำให้ฉีดวัคซีนแก่ผู้หญิง

อายุ 18-26 ปี


วัคซีนมีผลข้างเคียงหรือความเสี่ยงต่อสุขภาพหรือไม่

Gardasil และ Cervarix ได้พิสูจน์แล้วว่ามีความปลอดภัย อาการที่เกิดขึ้นได้บ่อยในผู้ป่วยได้แก่เจ็บบริเวณที่ฉีดยาตรง

ต้นแขน ไข้ต่ำหรืออาการคล้ายไข้หวัดก็อาจพบได้ บางครั้งอาจมีอาการเวียนศีรษะหรือเป็นลมเกิดขึ้นหลังฉีดยาได้ โดยเฉพาะ

ในวัยรุ่น แต่โดยรวมแล้ว ผลข้างเคียงที่พบมักจะเล็กน้อย การให้ผู้ป่วยนั่งพักหลังฉีดยา 15 นาทีจะช่วยลดความเสี่ยงของการ

เป็นลมได้ อย่างไรก็ดี ผลข้างเคียงที่ร้ายแรงที่ได้รับรายงานพบได้ในผู้หญิงจำนวนน้อย รวมถึงการแพ้ยาอย่างรุนแรง, ภาวะทาง

ระบบประสาท อย่างเช่น เป็นอัมพาตครึ่งซีก ,อ่อนแรง, สมองบวม หรืออาจถึงแก่ชีวิต องค์การอาหารและยาได้เฝ้าระวังผลข้าง

เคียงเหล่านี้ ปัจจุบัน การรายงานถึงผลข้างเคียงเหล่านี้มักมีโอกาสจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยมักจะไม่เกิดจากตัววัคซีนเอง


คุณจะป้องกันมะเร็งปากมดลูกอย่างไรหากคุณไม่ได้อยู่ในกลุ่มอายุที่แนะนำให้ฉีดวัคซีน

HPV แพร่กระจายผ่านการติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การป้องกันตนเองจากการติดเชื้อ HPV โดยการใช้ถุงยางอนามัยทุก

ครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ นอกจากนี้ควรจำกัดจำนวนคู่นอน การไม่สูบบุหรี่ก็จะช่วยได้เนื่องจากการสูบบุรี่จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด

มะเร็งปากมดลูกถึงสองเท่า

ในการค้นหามะเร็งปากมดลูกระยะเริ่มต้นควรตรวจภายในประจำปี และ Pap tests นอกจากนี้ควรไปพบแพทย์ทันทีที่มี

อาการผิดปกติที่อาจเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ เช่น มีเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์,ช่วงใกล้วัยหมดประจำเดือนหรือหลังหมด

ประจำเดือนไปแล้ว, มีตกขาวกลิ่นเหม็นหรือมีเลือดปน, ปวดท้องน้อย หรือ เจ็บระหว่างมีเพศสัมพันธ์


ถุงยางอนามัยป้องกันการแพร่เชื้อ HPV ได้หรือไม่

การศึกษาปัจจุบันพบว่าการใช้ถุงยางอนามัยเป็นประจำจะช่วยป้องกันการติดเชื้อ HPV อย่างไรก็ดี เนื่องจากถุงยาง

อนามัยไม่สามารถปกปิดบริเวณที่เป็นจุดแพร่กระจายของ HPV ได้ทั้งหมด มันจึงไม่อาจให้การป้องกันได้เต็มที่ ดังนั้น

การใช้ถุงยางอนามัย ในบางครั้งอาจจะไม่สามารถป้องกัน HPV ได้ ควรตระหนักว่าในการป้องกันการติดเชื้อ HPV นั้น

ควรจะใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์จนกว่าจะมั่นใจในความสัมพันธ์

อย่างไรก็ดี ถุงยางอนามัยจะลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ HIV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เมื่อใช้ทุกครั้ง

ที่มีเพศสัมพันธ์และใช้อย่างถูกวิธี


จะรู้ได้อย่างไรว่ามีการติดเชื้อ HPV

ในส่วนใหญ่ ในคนที่ติดเชื้อ HPV มักไม่มีอาการผิดปกติ หนทางเดียวที่จะทราบได้ว่าคุณมีเชื้อ HPV ก็คือทดสอบหา

ไวรัสโดยตรงจากการตรวจ Pap smear หรือการนำเนื้อเยื่อไปตรวจเพิ่มเติมพร้อมกับการทำ Pap smear หนทางเดียวที่จะ

บอกได้ว่าการติดเชื้อ HPV ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์มะเร็งปากมดลูกก็คือการทำ Pap smear สัญญาณของการ

ติดเชื้อ HPV อาจจะปรากฏในช่วงเวลาเป็นสัปดาห์ เดือน หรือปีหลังจากได้รับเชื้อครั้งแรก ซึ่งก็คือความสำคัญว่าทำไมจึงจำ

เป็นต้องตรวจอย่างสม่ำเสมอ


มีการทดสอบหาเชื้อ HPV หรือไม่

มีการทดสอบ HPV สามารถค้นหาไวรัส HPV สายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูงที่สามารถก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเซลล์

มะเร็งปากมดลูก อย่างไรก็ดี การทดสอบนี้ไม่สามารถบอกถึงชนิดของ HPV ไวรัสได้อย่างแน่ชัด ผู้หญิงอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป

ควรตรวจทั้ง Pap test และ HPV test ในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก การทดสอบ HPV สามารถช่วยให้เข้าใจผลการ

ตรวจที่ก้ำกึ่งเกี่ยวกับเซลล์ที่ผิดปกติได้ อย่างไรก็ดีถ้าหากการทำ Pap test ไม่แสดงภาวะความผิดปกติก่อนมะเร็งที่แน่ชัด การ

ทดสอบ HPV ก็อาจจะไม่จำเป็น ที่ในที่สุดแล้วการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดมักเกิดจาก HPV


HPV สามารถรักษาได้หรือไม่

ในปัจจุบัน ไม่มีการรักษาสำหรับไวรัส แต่มีการรักษาสำหรับการเปลี่ยนแปลงของปากมดลูกที่เกิดจาก HPV ถ้าหากผล

การตรวจ Pap และ HPV แสดงว่าเซลล์ปากมดลูกมีการเปลี่ยนแปลง คุณควรจะถามถึงทางเลือกในการรักษากับแพทย์เจ้าของ

ไข้ เด็กหญิงและผู้หญิงอายุ 9-26 ปีสามารถป้องกันตนเองจาก HPV และปากมดลูกที่เปลี่ยนแปลงจาก HPV โดยการฉีดวัคซีน

มะเร็งปากมดลูก

สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา ฝ่ายรังสีวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 1873 ถนนพระราม4 ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
WEBMASTER CHULACANCER@YAHOO.COM

จำนวนคนเข้าใช้งาน

3 1 3 9 2 5 2

ข้อมูลในเว็บ chulacancer.net นี้เป็นข้อมูลเชิงวิชาการ การนำไปใช้รักษาผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย สาขารังสีรักษา
และมะเร็งวิทยาคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะไม่รับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามข้อมูลนี้ กรุณาปรึกษาแพทย์