คำถามที่พบบ่อย

พันธุกรรมเกี่ยวข้องกับมะเร็งอย่างไร

ยีน BRCA1 และ BRCA2:  โอกาสเกิดมะเร็งและการตรวจทางพันธุกรรม 

ประเด็นสำคัญ

#  BRCA1 และ BRCA2 เป็นยีนของมนุษย์ เป็นกลุ่มยีนที่ทำหน้าที่ควบคุมการเจริญของเซลล์ (Tumor suppressor gene) 

การผ่าเหล่า (Mutation) ของยีนเหล่านี้จะทำให้เกิดกลุ่มโรคมะเร็งเต้านมและรังไข่ที่สืบทอดทางพันธุกรรมได้

#  ผู้หญิงที่ได้รับสืบทอดยีนที่ผิดปกตินี้มาจะมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมและรังไข่สูงขึ้น ส่วนในผู้ชายก็จะเพิ่มโอกาสการเป็นมะเร็งเต้านมมากขึ้น

#  การตรวจทางพันธุกรรม ทำได้โดยการตรวจเลือด และควรจะมีการให้คำปรึกษาทางพันธุกรรมก่อนและหลังตรวจด้วย

#  ถ้าตรวจพบความผิดปกติของยีนเหล่านี้ ก็สามารถมีการจัดการบางอย่าง เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งได้

#  ในสหรัฐอเมริกา กฎหมายในบางรัฐก็รับรองในการปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลในด้านพันธุกรรม เพื่อป้องกันความไม่เสมอภาคในการทำงานและ

การทำประกันสุขภาพ

#  ในปัจจุบันมีการศึกษามากมายเกี่ยวกับวิธีการใหม่ ๆ เกี่ยวกับการตรวจ การรักษา และการป้องกันการเกิดมะเร็งในกลุ่มนี้ รวมทั้งมีการศึกษา

เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการให้คำปรึกษาทางพันธุกรรมและผลที่ได้ด้วย ซึ่งการศึกษาในด้านนี้มีการพัฒนาที่ค่อนข้างเร็ว

คำถามที่พบบ่อย

1.  BRCA1 และ BRCA2 คืออะไร

ตอบ BRCA1 และ BRCA2 เป็นยีนของมนุษย์ เป็นกลุ่มยีนที่ทำหน้าที่ควบคุมการเจริญของเซลล์ (tumor suppressor gene)

ในเซลล์ปกติ BRCA1 และ BRCA2 ช่วยดำรงเสถียรภาพของสารพันธุกรรม และป้องกันการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของเซลล์ การผ่าเหล่า

ของยีนเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกับการเกิดกลุ่มโรคมะเร็งเต้านมและรังไข่ที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้

ชื่อ BRCA1 และ BRCA2 ย่อมาจาก Breast cancer susceptibility gene 1 และ Breast cancer susceptibility gene 2

2.  การผ่าเหล่าของยีน BRCA1 และ BRCA2 เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งอย่างไร

ตอบ เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลง ขาดหาย หรือผ่าเหล่าของยีน บางครั้งอาจทำให้เกิดประโยชน์หรืออาจไม่มีผลใด ๆ แต่ในบางครั้งก็อาจทำให้

เกิดผลเสียได้เช่นกัน เช่น เพิ่มโอกาสในการเกิดโรคบางอย่าง เช่น โรคมะเร็ง เป็นต้น

ในเพศหญิงกลุ่มที่ได้รับการถ่ายทอดยีน BRCA1 และ BRCA2 โอกาสที่จะเกิดเป็นกลุ่มโรคมะเร็งเต้านมและรังไข่จะเพิ่มสูงขึ้นมาก โดยมัก

จะเป็นเมื่ออายุน้อย (ก่อนหมดประจำเดือน) และมักจะมีญาติใกล้ชิดที่เป็นโรคเดียวกัน

การผ่าเหล่าของยีน BRCA1 ก็อาจจะเพิ่มโอกาสของการเกิดมะเร็งปากมดลูก, มดลูก, ตับอ่อน และลำไส้ใหญ่ ในขณะที่การผ่าเหล่า

ของยีน BRCA2 ก็อาจจะเพิ่มโอกาสของการเกิด มะเร็งตับอ่อน, กระเพาะอาหาร, ถุงน้ำดี, ท่อน้ำดี และมะเร็งของเซลล์ผลิตเม็ดสี 

(Melanoma)

ส่วนในเพศชายการผ่าเหล่าของยีน BRCA1 อาจจะเพิ่มโอกาสเป็นมะเร็งเต้านม และมีความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็น

มะเร็งตับอ่อน, อัณฑะ และต่อมลูกหมาก ซึ่งกลุ่มโรคเหล่านี้ก็มีความเกี่ยวข้องกับยีน BRCA2 ด้วยเช่นกัน

เมื่อเป็นมะเร็งเต้านม หรือรังไข่ จะสงสัยว่ามีสาเหตุมาจากความผิดปกติของยีน BRCA1 หรือยีน BRCA2 ก็ต่อเมื่อ

-  มีประวัติทางครอบครัวหรือญาติที่ใกล้ชิดหลายคนเป็นโรคเดียวกันนี้

-  เป็นผู้ป่วยที่เป็นทั้งมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่

-  มีญาติในครอบครัวเป็นมะเร็งตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป

-  มีเชื้อสายยิว

ทั้งนี้เมื่อมีประวัติทางครอบครัวดังกล่าว

-  ไม่จำเป็นว่าต้องเกิดจากการถ่ายทอดของยีน BRCA1 หรือยีน BRCA2 เสมอไป

-  ไม่จำเป็นว่าโรคมะเร็งในครอบครัวจะต้องเกี่ยวข้องกับยีนกลุ่มนี้

-  ไม่จำเป็นว่าผู้ที่ได้รับถ่ายทอดยีนที่ผิดปกติจะต้องเกิดเป็นโรคมะเร็ง

ชั่วชีวิตหนึ่งโอกาสที่จะเกิดเป็นโรคมะเร็งเต้านมในกลุ่มประชากรปกติมีประมาณ 12% (120 คนในประชากร 1,000 คน) แต่ในกลุ่มที่มี

ความผิดปกติของยีน BRCA1 หรือยีน BRCA2 จะมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมถึง 60% (600 คนในประชากร 1,000 คน) ดังนั้นจะเห็นได้ว่าใน

กลุ่มนี้จะมีความเสี่ยงสูงกว่าประชากรปกติถึง 5 เท่าเลยทีเดียว

ส่วนโอกาสที่จะเกิดเป็นโรคมะเร็งรังไข่ในกลุ่มประชากรปกติมีประมาณ 1.4% (14 คนในประชากร 1,000 คน) เปรียบเทียบกับกลุ่มที่มี

ความผิดปกติของยีนจะมีโอกาสเป็นมะเร็งรังไข่เพิ่มเป็น 15-40% (150-400 คนในประชากร 1,000 คน)

แต่ทั้งนี้ การศึกษาเกี่ยวกับโอกาสการเป็นมะเร็งเหล่านี้ เป็นการศึกษาที่ทำในหลายครอบครัวใหญ่ ๆ ซึ่งในครอบครัวเดียวกันก็มักมีทั้งปัจจัย

ทางพันธุกรรม และปัจจัยทางสภาพแวดล้อมที่เหมือน ๆ กัน ทำให้ไม่อาจสรุปได้โดยตรงว่าเป็นผลจากพันธุกรรมเท่านั้น นอกจากนั้นยังไม่มีข้อมูลใน

ระยะยาวที่เปรียบเทียบระหว่างประชากรทั่วไปกับกลุ่มที่มีความผิดปกติของยีน และกลุ่มที่ไม่มีความผิดปกติของยีน ข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นจึงเป็น

เพียงการประมาณและอาจมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อมีการศึกษาหรือมีข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป

3.  มีการถ่ายทอดของยีนอื่น ๆ ที่เพิ่มโอกาสการเป็นมะเร็งเต้านม และ/หรือ มะเร็งรังไข่หรือไม่

ตอบ ยีนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ TP53, PTEN, STK11/LKB1, CHD1, CHEK2, ATM, MLH1 และ MSH2 แต่มะเร็ง

เต้านมที่มีการถ่ายทอดทางพันธุกรรม โดยส่วนใหญ่ก็มักจะเกี่ยวข้องกับยีน BRCA1 และ BRCA2

4.  ความผิดปกติของยีน BRCA1 และ BRCA2 สามารถตรวจพบได้หรือไม่และอย่างไร

ตอบ มีการตรวจทางพันธุกรรมหลายวิธีที่สามารถใช้ตรวจหาความผิดปกติของยีน BRCA1 และ BRCA2 ได้ ส่วนใหญ่เป็นการตรวจหา

การเปลี่ยนแปลงของสารพันธุกรรม (DNA) ในยีน BRCA1 และ BRCA2 และบางวิธีเป็นการตรวจดูความผิดปกติของโปรตีนที่สร้างมาจากยีนที่

ผิดปกติเหล่านี้ และบางครั้งก็อาจใช้หลาย ๆ วิธีร่วมกัน  ซึ่งการตรวจนี้ทำได้โดยการเก็บตัวอย่างเลือด และส่งไปตรวจยังห้องปฏิบัติการพิเศษ  ซึ่งใช้

เวลาในการตรวจเป็นสัปดาห์จึงจะทราบผล  ซึ้งผู้เข้ารับการตรวจจำเป็นต้องได้รับการให้คำปรึกษาทางพันธุกรรมทั้งก่อน และหลังการตรวจ จากผู้

เชี่ยวชาญทางพันธุศาสตร์โรคมะเร็ง

การให้คำปรึกษาทางพันธุกรรมประกอบด้วยการประเมินความเสี่ยงของแต่ละบุคคลทั้งในด้านส่วนตัว  บุคคล และทางด้านครอบครัวให้

คำแนะนำเกี่ยวกับการเลือกวิธี และเทคนิคในการตรวจ ความถูกต้องแม่นยำของแต่ละวิธี ทางเลือกทางการแพทย์ไม่ว่าผลตรวจจะเป็นบวกหรือลบ 

โอกาสที่ผลการตรวจจะเป็นผลไม่ชัดเจน (จะกล่าวถึงในภายหลัง) ผลกระทบทางด้านจิตใจที่จะเกิดได้เมื่อทราบผลการตรวจ และโอกาสที่จะถ่าย

ทอดไปสู่บุตรหลาน

5.  แล้วจะทราบได้อย่างไรว่าควรเข้ารับการตรวจหาความผิดปกติของยีน BRCA1 และ BRCA2

ตอบ ในปัจจุบันยังไม่มีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนในการส่งตรวจ แต่ในครอบครัวที่มีประวัติว่ามีสมาชิกเป็นมะเร็งเต้านม และ/หรือมะเร็งรังไข่ 

บุคคลที่ควรได้รับการตรวจเป็นคนแรก ก็คือคนที่เป็นโรค ซึ่งถ้าตรวจพบว่ามีความผิดปกติของยีน BRCA1 หรือ BRCA2 แล้ว สมาชิกคนอื่นๆ 

ในครอบครัวควรได้รับการตรวจเพิ่มเติมว่ามีความผิดปกติด้วยหรือไม่

ดังนั้นถ้ามีสมาชิกในครอบครัวที่ตรวจพบแล้วว่ามีความผิดปกติของยีน BRCA1 หรือ BRCA2 หรือมีประวัติทางครอบครัวเกี่ยวกับ

มะเร็งเต้านม และ/หรือ มะเร็งรังไข่ ก็ควรเข้ารับการให้คำปรึกษาและแนะนำทางพันธุกรรม และศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเพิ่มความเสี่ยงต่อการ

เป็นมะเร็งและการตรวจหาความผิดปกติของยีน BRCA1 หรือ BRCA2 

ประวัติทางครอบครัวที่บ่งชี้ว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของยีน BRCA1 หรือ BRCA2 ได้แก่

-  มีญาติใกล้ชิดสายตรง (มารดา, บุตรสาว, พี่สาว หรือน้องสาว) อย่างน้อย 2 คน เป็นมะเร็งเต้านมโดยที่มีอย่างน้อย 1 คน 

เป็นโรคเมื่ออายุน้อยกว่า 50 ปี

-  มีญาติใกล้ชิด หรือญาติลำดับต่อมา (ย่า, ยาย, ป้า, น้า หรืออา) อย่างน้อย 3 คนเป็นมะเร็งเต้านม

-  มีญาติใกล้ชิดหรือญาติลำดับต่อมาเป็นมะเร็งเต้านม และมีญาติใกล้ชิดหรือญาติลำดับต่อมาเป็นมะเร็งรังไข่ 

(1 คนเป็นมะเร็ง 1 ชนิด)

-  มีญาติใกล้ชิดเป็นมะเร็งเต้านมทั้ง 2 ข้าง

-  มีญาติใกล้ชิดหรือญาติลำดับต่อมาอย่างน้อย 2 คนเป็นมะเร็งรังไข่

-  มีญาติใกล้ชิดหรือญาติลำดับต่อมาเป็นทั้งมะเร็งเต้านมและรังไข่

-  มีญาติเพศชายที่เป็นมะเร็งเต้านม

2% จากประชากรทั้งหมดเท่านี้มีประวัติทางครอบครัวดังกล่าวมานี้ ซึ่งถ้าไม่มีประวัติเหล่านี้ ก็จะมีความเป็นไปได้น้อยมากที่จะ

มีความผิดปกติของยีน BRCA1 หรือ BRCA2

6.  ถ้าผลการตรวจเป็นบวกหมายความว่าอย่างไร

ตอบ หมายความว่าผู้เข้ารับการตรวจมีความผิดปกติของยีน BRCA1 หรือ BRCA2 และมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งสูงกว่าประชากร

ปกติทั่วไปดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น

อย่างไรก็ดี การตรวจพบว่ามีความผิดปกติของยีนบ่งบอกได้แค่เพียงว่า บุคคลนั้นมีความเสี่ยงมากขึ้นต่อการเป็นมะเร็ง ไม่ได้หมายความว่า

จะเป็นหรือไม่เป็นโรคมะเร็ง

ไม่จำเป็นว่าผู้ที่มีความผิดปกติของยีนจะต้องเป็นโรคมะเร็งทุกคน แต่การตรวจพบนั้นจะส่งผลถึงสมาชิกในครอบครัวและสมาชิกรุ่นต่อไป

เพราะถ้ามีการตรวจพบ ไม่ว่าผู้ที่มีความผิดปกติของยีนจะเกิดเป็นโรคมะเร็งหรือไม่ ก็อาจจะมีการถ่ายทอดยีนที่ผิดปกตินี้ไปสู่รุ่นลูกหลานต่อไป

7.  ถ้าผลการตรวจเป็นลบ หมายความว่าอย่างไร

ตอบ กรณีแรก คือผลการตรวจเป็นลบ ที่หมายความว่าเป็นลบอย่างแท้จริง ซึ่งก็คือ ในกรณีที่บุคคลที่มารับการตรวจมีสมาชิกในครอบครัว

ที่ตรวจพบความผิดปกติของยีน BRCA1 หรือ BRCA2 และผลการตรวจเป็นลบ ซึ่งหมายความว่า ผู้เข้ารับการตรวจไม่น่าจะได้รับการถ่ายทอดยีน

ที่มีความผิดปกติมา แต่ไม่ได้แปลว่าเมื่อตรวจไม่พบแล้วจะไม่มีโอกาสเป็นโรคมะเร็งเลย กล่าวคือโอกาสเกิดมะเร็งนั้นมีเท่า ๆ กับประชากรปกติทั่วไป

กรณีที่สอง คือ ไม่เคยมีสมาชิกในครอบครัวที่ตรวจยืนยันแล้วว่ามีความผิดปกติของยีน แม่มีประวัติในครอบครัวเกี่ยวกับมะเร็งเต้านมและ/

หรือ มะเร็งรังไข่ ในกรณีนี้เมื่อตรวจแล้วผลการตรวจเป็นลบ จะไม่สามารถแปลผลได้เนื่องจาก ไม่สามารถสรุปได้ว่ามีความผิดปกติของยีน BRCA1

หรือ BRCA2 แต่ตรวจไม่พบหรือไม่มีความผิดปกติของยีนดังกล่าวจริง ๆ นอกจากนั้นยังมีความเป็นไปได้ที่จะมีความผิดปกติของยีนอื่น ๆ ที่ตรวจ

ไม่พบก็ได้

8.  ผลการตรวจที่ไม่ชัดเจน หมายความว่าอย่างไร

ตอบ หมายถึง การตรวจพบความผิดปกติของ ยีน BRCA1 หรือ BRCA2 ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเป็นโรคมะเร็ง ซึ่งจะถูกรายงานผลว่าเป็น

ผลการตรวจที่ไม่ชัดเจน  ซึ่งจะสามารถพบได้ประมาณ 10%  ของการตรวจทั้งหมด เพราะทุก ๆ  คนก็จะมีความหลากหลายและความแตกต่างทาง

พันธุกรรม  ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการเป็นมะเร็ง  ซึ่งบางครั้งเราก็ไม่อาจทราบได้อย่างแน่ชัดว่า การเปลี่ยนแปลงของสารพันธุกรรมในจุดใด ที่ทำให้มี

โอกาสเป็นมะเร็งที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งก็คงจะต้องรอการศึกาาเพิ่มเติมต่อไป

9.  ถ้าตรวจแล้วพบว่ามีความผิดปกติของยีน จะมีทางเลือกปฏิบัติอย่างไรบ้าง

ตอบ ข้อมูลเกี่ยวกับทางด้านนี้ยังมีค่อนข้างจำกัด แต่ก็มีทางเลือกอยู่หลายทาง เช่น

1.  การเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ การตรวจเกี่ยวกับโรคมะเร็งเป็นระยะ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่จะได้สามารถตรวจพบโรค

มะเร็งและรับการรักษาได้ตั้งแต่ในระยะเริ่มต้น

การตรวจหามะเร็งเต้านมทำได้โดย    

-  เอกซเรย์เต้านม (Mammogram)

-  การคลำเต้านมด้วยตนเอง

-  การตรวจอื่น ๆ เช่น การตรวจโดยคลื่อนแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)

การตราวจหามะเร็งรังไข่ทำได้โดย    

-  การอัลตราซาวน์ผ่านทางช่องคลอด (Transvaginal ultrasonography)

-  การเจาะเลือดเพื่อตรวจหาค่ามะเร็ง (Tumor marker)

-  การตรวจร่างกายทั่วไป

ซึ่งการตรวจเหล่านี้อาจทำให้ตรวจพบมะเร็งและรักษาได้ในระยะเริ่มต้น แต่ก็ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าสามารถลดอัตราการเสียชีวิต

จากโรคมะเร็งได้

2.  การผ่าตัดเอาอวัยวะที่มีโอกาสเป็นโรคออก เพื่อป้องกันการเกิดเป็นโรค เช่น การผ่าตัดเต้านมทั้งสองข้างออก และการผ่าตัด

รังไข่และปีกมดลูกทั้งสองข้าง แต่การผ่าตัดนี้ก็ยังไม่สามารถผ่าตัดเอาเนื้อเยื่อที่มีโอกาสเกิดเป็นมะเร็งออกได้ทั้งหมด ทำให้ยังมีโอกาส

เกิดเป็นมะเร็งอยู่

3.  การหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มโอกาสการเป็นโรค แต่ก็ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าจะลดความเสี่ยงในการเกิดโรคได้หรือไม่

4.  การใช้ยาบางอย่างเพื่อป้องกันการเกิดโรค อาจจะเป็นยาที่สังเคราะห์ขึ้นหรือเป็น สารบางอย่างที่มีอยู่แล้วในธรรมชาติ

เพื่อที่จะลดโอกาสเกิดเป็นโรค หรือลดโอกาสกลับเป็นโรคซ้ำ ยกตัวอย่างเช่น

ยาทามอกซิเฟน (Tamoxifen) จากหลาย ๆ การศึกษาพบว่าสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดเป็นมะเร็งเต้านมได้ ประมาณ

50% ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง  และสามารถใช้ในการลดอัตราการกลับเป็นซ้ำในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งเต้านม  ซึ่งได้ผลทั้งในผู้ที่อยู่ในวัย

ก่อนและหลังหมดประจำเดือน มีบางการศึกษาซึ่งศึกษาเกี่ยวกับการใช้ยา ทามอกซิเฟน (Tamoxifen) ในกลุ่มผู้ที่มีความผิดปกติของ

ยีน BRCA1 หรือ  BRCA2  พบว่าอาจจะสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดเป็นมะเร็งเต้านม  และยังมีประโยชน์ในการลดการเกิด

มะเร็งเต้านมในเต้านมอีกข้างในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งเต้านมแล้ว อีกด้วย ยาอื่น ๆ เช่น ราลอกซิฟีน (Raloxifene) มีการศึกษาขนาดใหญ่

ของสถาบันมะเร็งสหรัฐอเมริกาพบว่า สามารถลดอัตราการเกิดมะเร็งเต้านมในกลุ่มวัยหมดประจำเดือนได้ใกล้ เคียงกับยาทามอกซิเฟน

(Tamoxifen)

เนื่องจากยาทั้งสองชนิดนี้ยับยั้งการเกิดมะเร็งเต้านมด้วยกระบวนการเดียวกัน ดังนั้นจึงน่าจะสามารถลดความเสี่ยงในการ เป็น

มะเร็งเต้านมได้ใกล้เคียงกันในกลุ่มผุ้ที่มีความผิดปกติของยีน BRCA1 หรือ BRCA2 แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการศึกษาเปรียบเทียบ

กันโดยตรง

10.  การตรวจทางพันธุกรรมนี้มีประโยชน์อย่างไร

ตอบ ไม่ว่าผลการตรวจจะเป็นอย่างไร ก็เป็นประโยชน์กับผู้เข้ารับการตรวจ

-  ประโยชน์จากผลการตรวจที่เป็นลบ คือ การตรวจคัดกรอง (Screening) บ่อย ๆ การตรวจพิเศษอื่น ๆ การใช้ยาหรือการ

ผ่าตัด ก็เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น

-  ประโยชน์จากผลการตรวจที่เป็นบวก คือ สามารถวางแผนในการป้องกัน ตรวจคัดกรอง และลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง

เต้านม รวมทั้งยังสามารถเข้าร่วมในการศึกษาที่เป็นประโยชน์ในระยะยาว ในการลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมอีกด้วย

11.  ความเสี่ยงที่จะเกิดจากการตรวจทางพันธุกรรม

ตอบ ผลกระทบทางการแพทย์ หรือผลเสียโดยตรงนั้นแทบจะไม่มี แต่มักเป็นผลทางด้านอารมณ์ จิตใจ สังคม และทางเลือกในการป้องกัน

โรคผู้ที่พบว่าผลการตรวจเป็นบวกมักจะมีอารมณ์หดหู่ กังวล เศร้าซึม หรือไม่ยอมรับ ซึ่งอาจทำให้ตัดสินใจเลือกแนวทางการป้องกันโรค โดยที่ไม่ได้

พิจารณาอย่างถี่ถ้วน

ส่วนผลการตรวจที่เป็นลบ ก็อาจทำให้ผู้รับการตรวจรู้สึกไม่ดี เนื่องจากทราบว่าญาติสนิทมีความผิดปกติและมีโอกาสเป็นโรคสูงในขณะที่

ตนเองไม่เป็น และอาจส่งผลกระทบต่อสมาชิกในครอบครัว และทำให้เกิดความเครียด เกี่ยวกับเรื่องการแต่งงานและการมีบุตร

สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา ฝ่ายรังสีวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 1873 ถนนพระราม4 ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
WEBMASTER CHULACANCER@YAHOO.COM

จำนวนคนเข้าใช้งาน

5 7 5 6 9 3 9

ข้อมูลในเว็บ chulacancer.net นี้เป็นข้อมูลเชิงวิชาการ การนำไปใช้รักษาผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย สาขารังสีรักษา
และมะเร็งวิทยาคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะไม่รับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามข้อมูลนี้ กรุณาปรึกษาแพทย์