โรคมะเร็ง

มะเร็งของไต

เป็นมะเร็งที่มีต้นกำเนิดมาจากกรวยไตเล็กๆ ในไต ทำหน้าที่ฟอกเลือดและได้ของเสียออกมาเป็นปัสสาวะ

ปัจจัยเสี่ยง (Risk factors)

            1. การสูบบุหรี่

            2. การใช้ยาแก้ปวดในกลุ่ม NSAIDs ติดต่อกันเป็นเวลานาน

            3. มีประวัติโรคทางพันธุกรรมในครอบครัวที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งที่ไต ได้แก่ von Hippel-Lindau disease หรือ Hereditary papillary renal cell carcinoma.

อาการ (symptom)

            1. ปัสสาวะมีเลือดปน

            2. คลำพบก้อนผิดปรกติในช่องท้อง

            3. มีอาการปวดหลังเรื้อรัง

            4. เบื่ออาหาร

            5. น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

            6. มีภาวะเลือดจาง (Anemia)

การตรวจวินิจฉัย

            1. ประวัติและการตรวจร่างกาย

            2. การตรวจเลือด (Blood chemistry)

            3. การตรวจเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ในช่องท้อง (CT scan)

            4. การตรวจปัสสาวะ (Urinalysis)

            5. การฉีดสารทึบรังสีเพื่อตรวจการทำงานของระบบทางเดินปัสสาวะ (IVP)

            6. การตรวจอัลตราซาวน์ช่องท้อง (Ultrasound)

            7. การตรวจเอ็กซเรย์ด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)

            8. การตรวจชิ้นเนื้อ

ปัจจัยที่มีผลต่อการรักษาและการพยากรณ์โรค

            1. ระยะของโรคมะเร็ง

            2. อายุที่เริ่มเป็น

            3. สุขภาพของผู้ป่วย

มะเร็งของไตแบ่งเป็น 4 ระยะ

            ระยะที่ 1 ก้อนอยู่ในไตและมีขนาดน้อยกว่าหรือเท่ากับ 7 เซนติเมตร

            ระยะที่ 2 ก้อนอยู่ในไตและมีขนาดมากกว่า 7 เซนติเมตร

            ระยะที่ 3 มะเร็งลุกลามออกนอกไต, ต่อมน้ำเหลืองข้างเคียงและต่อมหมวกไต

            ระยะที่ 4 มีการแพร่กระจายของมะเร็งไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย

การรักษา 

            ขึ้นอยู่กับระยะของโรคและสุขภาพของผู้ป่วยโดยมีวิธีการรักษาหลักดังนี้

            1. การผ่าตัด

            2. การรักษาด้วยรังสี  โดยการใช้รังสีเข้าไปทำลายมะเร็งโดยตรง มีสองวิธีด้วยกันคือ การฉายรังสีจากภายนอกร่างกาย และการฝังแร่เข้าไปในตำแหน่งที่เป็นมะเร็งโดยตรง 

            3. การรักษาด้วยยาเคมีบำบัด เป็นการรักษาโดยการใช้ยาเคมีบำบัดเข้าไปยับยั้งการเจริญเติบโตและทำลายมะเร็งในทุกส่วนของร่างกาย

            4.การรักษาด้วยยาที่เข้าไปทำลายมะเร็งแบบเฉพาะเจาะจง

            5.การปลูกถ่ายเนื้อเยื่อ

            6. การฉีดยาเข้าไปยับยั้งหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงก้อนมะเร็ง

การรักษาตามระยะของโรคมะเร็ง

            1. ระยะที่ 1 และ 2

                    a.การผ่าตัดเพื่อเอาก้อนมะเร็งออก 

                    b.การฉีดยาเข้าไปยับยั้งหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงก้อนมะเร็ง

                    c.การรักษาด้วยรังสี

            2. ระยะที่ 3

                    a.การผ่าตัด

                    b.การฉีดยาเข้าไปยับยั้งหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงก้อนมะเร็ง

                    c.การผ่าตัดแล้วตามหลังด้วยการฉายรังสี

                    d.การรักษาด้วยรังสีตามอาการเพื่อบรรเทาความทุกข์ทรมานจากโรคมะเร็ง

            3. ระยะที่ 4 เป็นการรักษาเพื่อบรรเทาอาการมีวิธีการรักษา ดังนี้

                    a.การรักษาด้วยยาที่เข้าไปทำลายมะเร็งแบบเฉพาะเจาะจง

                    b.การฉีดยาเข้าไปยับยั้งหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงก้อนมะเร็ง

                    c.การผ่าตัดเพื่อบรรเทาอาการ

                    d.การฉายรังสีเพื่อบรรเทาอาการ

สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา ฝ่ายรังสีวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 1873 ถนนพระราม4 ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
WEBMASTER CHULACANCER@YAHOO.COM

จำนวนคนเข้าใช้งาน

3 2 3 4 0 2 2

ข้อมูลในเว็บ chulacancer.net นี้เป็นข้อมูลเชิงวิชาการ การนำไปใช้รักษาผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย สาขารังสีรักษา
และมะเร็งวิทยาคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะไม่รับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามข้อมูลนี้ กรุณาปรึกษาแพทย์