โรคมะเร็ง

มะเร็งต่อมลูกหมาก

มะเร็งต่อมลูกหมาก
มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อย ในผู้ชาย 6 คนจะมีโอกาสพบมะเร็งต่อมลูกหมาก 1 คน  ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถรักษาให้หายขาดได้ถ้าได้รับการวินิจฉัยในระยะที่โรคยังไม่แพร่กระจาย  ประมาณ 98 % ของผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากอยู่ได้นานกว่า 5 ปี หลังได้รับการวินิจฉัย

การรักษา
การผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมาก โดยแพทย์ศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะ การฉายรังสีและการฝังแร่ในบริเวณต่อมลูกหมากเพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง โดยแพทย์รังสีรักษา การให้ยาต้านฮอร์โมน เพื่อหยุดการสร้างฮอร์โมนที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง การให้ยาเคมีบำบัดมักใช้ในกรณีที่ตัวโรคอยู่ในภาวะแพร่กระจาย โดยแพทย์อายุรกรรมเคมีบำบัด
การพิจารณาการรักษาด้วยวิธีดังกล่าว จะมีความแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งทีมแพทย์จะพิจารณาจากระยะของโรค พยาธิสภาพของมะเร็ง ค่า PSA (Prostatic specific antigen) อายุ และสภาพร่างกายของผู้ป่วย

การฉายรังสี
ก่อนการฉายแสงผู้ป่วยต้องได้รับการวางแผนการฉายรังสีโดยการทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ในท่าฉายแสง โดยแพทย์จะนำภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์/MRI และผลชิ้นเนื้อมาเพื่อวางแผนในการรักษา เพื่อลดปริมาณรังสีต่ออวัยวะข้างเคียงและให้รังสีเพื่อทำลายมะเร็งในปริมาณสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันจึงใช้การฉายรังสีแบบปรับความเข้ม (Intensity modulated radiation therapy or IMRT) ร่วมกับใช้การเช็คตำแหน่งก่อนฉายแสง (Imaging Guided Radiation Therapy, IGRT) ระยะเวลาที่ใช้ในการฉายแสงแต่ละวันอยู่ที่ประมาณ 15-20 นาทีต่อวัน ฉายรังสีสัปดาห์ละ 5 วัน โดยการฉายรังสีแต่ละครั้งผู้ป่วยจะไม่มีการเจ็บปวดใดๆ

การใส่แร่
เป็นการใส่เม็ดแร่เข้าไปที่ต่อมลูกหมากโดยตรงแบ่งเป็น 2 แบบ คือ
การใส่แร่แบบถาวร  หรืออาจเรียกว่า Low Dose Rate Brachytherapy เม็ดแร่จะเป็นสารไอโอดีนหรือพาราเดียม เม็ดแร่จะปล่อยรังสีออกมาทำลายมะเร็ง เมื่อปล่อยรังสีจนหมดแล้ว ตัวเม็ดแร่จะยังคงอยู่ในตัวผู้ป่วยโดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ ผู้ป่วยและคนรอบข้างไม่จำเป็นต้องหลบเลี่ยงการอยู่ใกล้เด็กและสตรีตั้งครรภ์
การใส่แร่แบบชั่วคราว  จะมีการใส่สายเข้าไปบริเวณต่อมลูกหมาก จากนั้นเม็ดแร่จะถูกควบคุมโดยคอมพิวเตอร์ให้ไปตามสายและปล่อยรังสีตามปริมาณที่ต้องการ เมื่อการรักษาเสร็จสิ้นเม็ดแร่จะถูกเก็บกลับ ผู้ป่วยจะไม่มีเม็ดแร่ข้างอยู่ภายในร่างกาย โดยการใส่แร่อาจใช้เพียงการใส่แร่อย่างเดียวหรือใช้ร่วมกับการฉายรังสี
ในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงอาจจะมีการให้ยาต้านฮอร์โมนร่วมกับการฉายรังสี โดยให้ก่อน/ระหว่างและหลังการฉายรังสี เพื่อเพิ่มผลในการรักษาให้ดียิ่งขึ้น ผลข้างเคียงของการให้ยาต้านฮอร์โมน ได้แก่ อาการร้อนวูบวาบ เจ็บเต้านม ท้องเสีย คลื่นไส้ ระยะเวลาในการให้ยาต้านฮอร์โมนขึ้นอยู่กับระยะโรคของผู้ป่วยนั้นๆ 

ผลข้างเคียงของการรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก
ระบบปัสสาวะอาจมีอาการ อาจมีอาการปัสสาวะบ่อย (Urinary Frequency) อาการกลั้นปัสสาวะไม่ได้ หรือปัสสาวะไม่พุ่ง โดยผลข้างเคียงนี้พบมากในกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับการใส่แร่ 
-
ระบบทางเดินอาหาร อาจมีอาการท้องเดิน มีลมในกระเพาะ ส่วนใหญ่มีอาการในระยะสั้น หายได้เอง 
อาการอื่นๆ ที่อาจพบได้ เช่น
 
> อาการอ่อนเพลีย พบได้ในช่วงของการฉายรังสี โดยอาการจะดีขึ้นหลังฉายรังสีครบ
> อาการระคายเคืองบริเวณผิวหนังที่ฉายรังสี ซึ่งเป็นผลข้างเคียงระยะสั้น ดีขึ้นหลังฉายรังสีครบ
> สมรรถภาพ ทางเพศเสื่อม เป็นผลข้างเคียงที่อาจพบได้ ทั้งจากการผ่าตัด จากการรักษาด้วยการให้ยาต้านฮอร์โมนร่วมกับการฉายรังสี  ผู้ป่วยที่มีภาวะดังกล่าวบางรายสามารถกลับเป็นปกติได้หลังการรักษา ซึ่งแพทย์จะต้องติดตามดูอาการและอาจใช้ยาเพื่อรักษาภาวะดังกล่าว
> มีบุตรยาก สามารถเกิดได้หลังการฉายรังสี ดังนั้นหากผู้ป่วยต้องการมีบุตร ควรปรึกษาสูติแพทย์และเก็บอสุจิก่อนเริ่มการรักษาโดยการฉายรังสี

การปฏิบัติตัวระหว่างการฉายแสง
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์ หากมีข้อสงสัยควร
- ปรึกษาแพทย์
- แจ้งให้แพทย์ทราบเสมอเกี่ยวกับยาที่รับประทานอยู่
- กินอาหารที่มีประโยชน์และถูกสุขลักษณะ
- งดอาหารที่ทำให้เกิดลมเช่น ถั่งลิสง น้ำอัดลม เป็นต้น

 

สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา ฝ่ายรังสีวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 1873 ถนนพระราม4 ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
WEBMASTER CHULACANCER@YAHOO.COM

จำนวนคนเข้าใช้งาน

3 3 3 4 0 4 9

ข้อมูลในเว็บ chulacancer.net นี้เป็นข้อมูลเชิงวิชาการ การนำไปใช้รักษาผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย สาขารังสีรักษา
และมะเร็งวิทยาคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะไม่รับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามข้อมูลนี้ กรุณาปรึกษาแพทย์