ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็ง

การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่

โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นโรคมะเร็งที่พบได้บ่อยเป็นอันดับต้นๆในคนไทย และอุบัติการณ์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน การตรวจ

คัดกรอง โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่อย่างสม่ำเสมอ และการตรวจหาความผิดปกติที่ลำไส้ได้ตั้งแต่ในระยะเริ่มแรก พบว่าสามารถลดอัตรา

การเสียชีวิตจากโรคมะเร็งลำไส้ได้อย่างชัดเจน

ดังนั้นบุคคลที่มีอายุมากกว่า 50 ปี และบุคคลที่มี พ่อ แม่ พี่ น้องลูกป่วยด้วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่จึงควรได้รับการส่องกล้อง

ตรวจลำไส้ใหญ่อย่างสม่ำเสมอ

บุคคลที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่

-  โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่พบได้ในทุกอายุ แต่อัตราเสี่ยงของการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ จะสูงขึ้นในผู้สูงอายุ โดยจะพบได้มากหลัง

อายุ 50 ปี แต่โอกาสเกิดโรคจะมีการเพิ่มสูงขึ้นเป็นลำดับ หลังอายุ 40 ปี เป็นต้นไป

-  บุคคลที่มีญาติใกล้ชิดเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่, หรือผู้ที่มีความเจ็บป่วยเรื้อรังของลำไส้บางอย่าง จะมีความเสี่ยงที่จะเป็น

โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่สูงกว่าคนทั่วไป (Crohn’s disease และ Ulcerative colitis)

-  ผู้ชายและผู้หญิงมีโอกาสเกิดใกล้เคียงกัน

-  มีอาการท้องผูกเป็นประจำ

-  ทานเนื้อสัตว์ จำนวนมาก

-  ทานผักน้อย

-  ไม่ออกกำลังกาย

-  สูบบุหรี่ หรือดื่มสุรา


ความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ในกรณีที่มีญาติใกล้ชิดเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

-  ถ้ามีพ่อ, แม่, พี่, น้องหรือลูก เป็นโรคนี้  1 คน  =>  จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 2-3 เท่า

-  ถ้ามีพ่อ, แม่, พี่, น้องหรือลูก เป็นโรคนี้  2 คน  =>  จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 3-4 เท่า

-  ถ้ามีพ่อ, แม่, พี่, น้องหรือลูก เป็นโรคนี้ โดยอายุของญาติที่เป็นโรคอายุน้อยกว่า 50 ปี   =>  จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 3-4 เท่า

-  ถ้ามีพ่อ, แม่, พี่, น้อง, ลูก มีเนื้องอกที่ลำไส้  1 คน  =>  จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 2 เท่า

-  ถ้ามีปู่, ย่า, ตา, ยาย, ลุง, ป้า, น้า, อา เป็นโรคนี้  1 คน  =>  จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 1.5 เท่า

-  ถ้ามีปู่, ย่า, ตา, ยาย, ลุง, ป้า, น้า, อา เป็นโรคนี้  2 คน  =>  จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 2-3 เท่า


อาการหลักของมะเร็งลำไส้ คือ

-  ถ่ายอุจจาระมีมูกปน หรือมีเลือดออกทางทวารหนัก

-  ปวดท้องบริเวณท้องน้อย (ปวดบิดๆ )

-  ขนาดของอุจจาระที่ลีบลง (เนื่องจากก้อนเนื้อมะเร็งมีขนาดใหญ่จนไปอุดทางเดินของลำไส้ใหญ่)

-  มีการถ่ายอุจจาระที่ผิดปกติเกิดขึ้น เช่น ท้องผูก ท้องเสียที่ไม่หายหลังได้รับการรักษา หรือมีท้องผูกสลับท้องเสีย

-  อาการอื่นๆที่อาจจะพบได้คือ น้ำหนักลด เบื่ออาหาร

-  สำหรับมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนต้นอาจตรวจพบว่ามีอาการซีด ซึ่งเกิดจากการเสียเลือดโดยที่ไม่มีเลือดออกในอุจจาระ

ให้เห็นได้ด้วยตาเปล่า

-  อาจคลำพบก้อนที่บริเวณท้องน้อยด้านขวา

-  บางรายอาจมีอาการของลำไส้อุดตันซึ่งจะมีอาการปวดท้อง ท้องอืด อาเจียน และถ่ายอุจจาระ หรือผายลมลดลง
 

วิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่มีหลายวิธีดังนี้ (เริ่มต้นเมื่ออายุ 50 ปี)

-  ตรวจอุจจาระหาเลือดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า (Fecal Occult Blood Test) ปีละครั้ง

-  การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) ทุก 5 ถึง 10 ปี  

-  การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย (Flexible sigmoidoscopy) ร่วมกับ การตรวจสวนแป้งลำไส้ใหญ่ 

(double contrast Barium enema) ทุก 5 ปี

-  การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ด้วยภาพเสมือนจริง (Computed tomography colonoscopy)

ทุก 5 ปี ทั้งนี้ ต้องทำในสถาบันที่มีเครื่องมือที่มีความละเอียด ซึ่งปัจจุบันสามารถตรวจพบเนื้องอกที่มีขนาดมากกว่า

 9 มม. ได้มากกว่าร้อยละ 90

การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ที่ผิดปกติ

* การตรวจพบมะเร็งได้ตั้งแต่เริ่มแรกจะช่วยลดโอกาสการแพร่กระจายของโรคได้  และการรักษาก็ได้ผลดีกว่า

* มะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากติ่งเนื้อ (polyps) ซึ่งเป็นเซลล์เนื้อผิดปกติ ที่งอกจากผนังลำไส้ ซึ่งจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ 

ตามอายุ ติ่งเนื้องอก (polyps), จะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปเป็นเนื้อเยื่อที่ร้ายแรงมากขึ้น ถ้าทิ้งไว้นานขึ้น แต่ถ้าพบตั้งแต่เนิ่นๆ และกำจัด 

ออกได้ก่อนก็จะหยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงไปสู่การเป็นเนื้อร้ายได้

การตรวจเช็คลำไส้โดยการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy)

   

-  การตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) เป็นวิธีการตรวจลำไส้ใหญ่ที่ละเอียดแม่นยำและแพทย์สามารถดำเนิน 

การรักษา หลายอย่างผ่านทางกล้องนี้ไปด้วยกันได้ เช่น การตัดติ่งเนื้องอกผิดปกติที่พบระหว่างทำการตรวจผ่านทางกล้อง, การสะกิด

ชิ้นเนื้อเพื่อตรวจวิเคราะห์ดูผลทางพยาธิ, การหยุดเลือดที่ออกจากลำไส้ผ่านทางกล้อง

-  การตรวจนี้สามารถป้องกันการเกิดมะเร็งได้ ด้วยการกำจัดติ่งเนื้องอก (polyps) อันเป็นจุดเริ่มของมะเร็งเป็นการตรวจ

โดยที่แพทย์จะใช้กล้องพิเศษที่มีลักษณะเป็นท่อยาวเล็กๆ สอดผ่านทวารหนักเพื่อผ่านเข้าไปในลำไส้ใหญ่ ทำให้แพทย์สามารถเห็น

รายละเอียดต่างๆ ตลอดทั้งลำไส้ใหญ่และลำไส้เล็กส่วนปลายได้

การตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (colonoscopy)

ญาติที่เป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ คุณควรรับการตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่เมื่อไหร่?
-  ถ้ามีพ่อ, แม่, พี่, น้อง, ลูก เป็นโรคนี้ 1 คน, 
เมื่ออายุมากว่า 60 ปี
-  เริ่มตรวจเมื่อคุณมีอายุ 40 ปีขึ้นไป
-  ถ้าผลการส่องกล้องปกติ ควรส่องกล้องตรวจทุก 10 ปี
-  ถ้ามีพ่อ, แม่, พี่, น้อง, ลูก เป็นโรคนี้ 1 คน,
เมื่ออายุน้อยกว่า 60 ปี
-  ให้นับอายุของญาติที่เริ่มเป็นลบ 10 ปี แต่ไม่เกินอายุ 40 ปี 
เช่น "ญาติป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ เมื่ออายุ 60 ปี คุณควร
รับการตรวจมะเร็งลำไส้ใหญ่เมื่อคุณมีอายุ 50 ปี"
-  ถ้าผลการส่องกล้องปกติคุณควรส่องกล้องตรวจทุก 5 ปี
-  ถ้ามีพ่อ, แม่, พี่, น้อง, ลูก เป็นโรคนี้มากกว่า 1 คน -  เริ่มตรวจเมื่อคุณมีอายุ 40 ปีขึ้นไป
-  ถ้าผลการส่องกล้องปกติ ควรส่องกล้องตรวจทุก 10 ปี
-  ถ้ามีปู่, ย่า, ตา, ยาย, ลุง, ป้า, น้า, อา เป็นโรคนี้มากกว่า 1 คน -  เริ่มตรวจเมื่อคุณมีอายุ 40 ปีขึ้นไป
-  ถ้าผลการส่องกล้องปกติ ควรส่องกล้องตรวจทุก 10 ปี


แนวทางการป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

-  รับประทานอาหารที่มีกากใยสูงเช่น ผักและผลไม้ รวมไปถึงอาหารที่มีส่วนประกอบของไขมันต่ำจะช่วยลดการเกิด

มะเร็งลำไส้ใหญ่ได้

-  รับการตรวจคัดกรอง สามารถป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้

#  ในผู้ที่ไม่มีอาการและไม่มีปัจจัยเสี่ยงควรเริ่มต้นที่อายุ 50 ปี

#  สำหรับผู้ที่มีประวัติมะเร็งลำไส้ใหญ่ในครอบครัว ควรเริ่มตรวจคัดกรองที่อายุ 40 ปีหรือที่ อายุ 5 ปี 

ก่อนอายุของคนในครอบครัวที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่

#  ส่วนผู้ที่มีประวัติเป็นลำไส้อักเสบชนิด Crohn’s disease และ Ulcerative colitis หรือ ผู้ป่วย

ที่มีติ่งเนื้องอกจำนวนมาก (Polyposis Coli) การตรวจอาจเริ่มในอายุที่เร็วขึ้นโดยสามารถปรึกษาแพทย์ได้

 

สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา ฝ่ายรังสีวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 1873 ถนนพระราม4 ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
WEBMASTER CHULACANCER@YAHOO.COM

จำนวนคนเข้าใช้งาน

5 1 8 8 9 3 5

ข้อมูลในเว็บ chulacancer.net นี้เป็นข้อมูลเชิงวิชาการ การนำไปใช้รักษาผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย สาขารังสีรักษา
และมะเร็งวิทยาคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะไม่รับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามข้อมูลนี้ กรุณาปรึกษาแพทย์