ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็ง

การตรวจคัดกรองมะเร็งในผู้ชาย

มะเร็งที่เจอบ่อยในผู้ชาย ได้แก่ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ มะเร็งปอด ดังนั้นการตรวจสุขภาพจะเป็นตามแนวทางนี้ 
 
มะเร็งต่อมลูกหมาก
 
จริงๆการตรวจคัดกรองในโรคนี้ก็ยังมีการถกเถียงกันเพราะมีหลายการศึกษาที่ระบุว่าการคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากนั้น ไม่ได้ช่วยเพิ่มการมีชีวิตอยู่รอด แถมเมื่อตรวจค่าผิดปกติและต้องไปเจาะตรวจชิ้นเนื้อ พบว่าประมาณ 75% พบว่าไม่ได้เป็นมะเร็ง ผู้ป่วยก็จะเจ็บตัวเปล่าๆ 
 
แต่ถ้าอยากตรวจก็สามารถทำได้โดยการตรวจหาค่า PSA และการพบแพทย์เพื่อตรวจขนาดต่อมลูกหมากทางทวาร (rectal examination) โดยมักแนะนำในคนที่มีความเสี่ยงเช่น อายุ 50 ปีขึ้นไป หรือมีประวัติการเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากในครอบครัว
 
มะเร็งตับ
 
เรามักจะตรวจในผู้ป่วยที่โรคตับอักเสบเรื้อรังจากเชื้อไวรัสตับอักเสบBและC ผู้ป่วยที่มีภาวะตับแข็ง โดยการหาเจาะเลือดตรวจการทำงานของตับ (liver function test) ค่าของ AFP และการอัลตราซาวน์ตับ หรือถ้ามีการสงสัยอะไรก็อาจส่งตรวจเพิ่มเติมเช่นการทำMRI 
 
มะเร็งลำไส้
 
เริ่มตรวจที่อายุ 50 ปี แต่ถ้ามีภาวะบางอย่างที่อาจมีผลเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งลำไส้ ก็จะแนะนำตรวจก่อนอายุ 50 ปี เช่น มีประวัติในครอบครัวเป็นเนื้องอกหรือมะเร็งลำไส้ มีให้เลือกตรวจได้หลายแบบ เช่น 
 
-การส่องกล้องตรวจลำไส้ส่วนปลายและทวารหนัก (flexible sigmoidoscopy) ทุก 5 ปี
-การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ทั้งหมด (colonoscopy) ทุก10 ปี 
-การตรวจอุจจาระ โดยอาจร่วมกับส่องกล้องลำไส้ส่วนปลายปละทวารหนัก ทุก 5 ปี
-การตรวจลำไส้ใหญ่ทางเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ CT colonography ทุก 5 ปี
 
มะเร็งปอด
 
การตรวจคัดกรองมะเร็งปอดนี่ เป็นเรื่องใหม่มากพอสมควรค่ะ ล่าสุดมีการศึกษาหนึ่งออกมาว่า ช่วยลดอัตราการตายจากมะเร็งปอด 20% (lung cancer mortality rate) แต่ในการศึกษาพุ่งเป้าไปที่คนบางกลุ่ม ดังนั้นกลุ่มดังกล่าวจึงเป็นกลุ่มที่มีประโยชน์จากการตรวจคัดกรองมะเร็ง
 
การคัดกรองในที่นี้ คือการตรวจโดยใช้เอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบปริมาณรังสีต่ำกว่าปกติ เรียกว่า low-dose CT ซึ่งจะมีจำกัดอยู่เฉพาะบางโรงพยาบาลเท่านั้น
 
กลุ่มคนที่ได้ประโยชน์คือ ต้องมีทั้งสามข้อนะคะ
 
- มีประวัติสูบบุหรี่จัด ในที่นี้คือ ค่า pack-year ให้เอาจำนวนต่อซอง x จำนวนปี ค่าตั้งแต่30ขึ้นไปถือว่าจัด เช่น สูบ1ซองเป็นเวลา30ปี (pack year=30) , สูบ2ซองเป็นเวลา15ปี (pack year=30)
- ยังคงสูบอยู่หรือถ้าเลิกแล้ว ยังคงอยู่ในช่วงไม่เกิน 15 ปีหลังเลิก 
- อายุช่วง 55-74 ปี 
 
ความเสี่ยงของการตรวจคัดกรองมีอยู่ว่า
 
1.ในเอกซเรย์อาจเห็นว่ามีอะไร แต่จริงๆแล้วไม่มี เรียกว่าค่าบวกลวง ซึ่งทำให้ผู้ป่วยมีความกังวล กินไม่ได้ นอนไม่หลับ เครียด ต้องมาตรวจเพิ่มเติมบ่อยๆ เจาะชิ้นเนื้อเพิ่ม
 
2.อาจเจออะไรที่ผิดปกติบางอย่างจริงๆ แต่จริงๆอาจไม่ต้องรักษา ผู้ป่วยไม่มีอาการอะไร แต่อาจต้องไปผ่าตัดจริง หรือรักษาเพิ่มเติมโดยไม่จำเป็น
 
3.การตรวจด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์บ่อยๆหลายครั้งมากๆ เป็นเวลานาน ก็ทำให้ร่างกายเราได้รับรังสีด้วยเช่นกัน อาจส่งผลต่อการเกิดมะเร็งบางอย่างในอนาคต
 
เพราะฉะนั้นเราจึงเลือกในคนที่มีความเสี่ยงจริงๆ เพราะจะได้รับประโยชน์จากการรักษาจริงๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจต้องรอผลการวิจัยอื่นๆในอนาคตด้วย

สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา ฝ่ายรังสีวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 1873 ถนนพระราม4 ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
WEBMASTER CHULACANCER@YAHOO.COM

จำนวนคนเข้าใช้งาน

5 1 8 8 9 6 6

ข้อมูลในเว็บ chulacancer.net นี้เป็นข้อมูลเชิงวิชาการ การนำไปใช้รักษาผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย สาขารังสีรักษา
และมะเร็งวิทยาคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะไม่รับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามข้อมูลนี้ กรุณาปรึกษาแพทย์