ยาเคมีบำบัด

ยาเคมีบำบัดสูตร XELOX

ยา XELOX เป็นสูตรยาที่ใช้รักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ซึ่งประกอบด้วยยา 2 ตัวคือ ยา Oxaliplatin (ออก-ซา-ลิ-พลา-ทิน) รูปแบบฉีดทางหลอดเลือดดำ 1 วัน และยาเม็ดรับประทาน Capecitabine (เคป-ไซ-ตา-บีน) กินต่อเนื่องกันนาน 2 สัปดาห์ และเว้น 1 สัปดาห์ นับรวม 3 สัปดาห์เป็น 1 รอบการรักษา โดยระยะเวลาในการให้ยานานประมาณสองชั่วโมงครึ่งถึงสามชั่วโมง


ข้อควรระวังระหว่างรับยา
1. เนื่องจากผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ผู้ป่วยทุกรายจึงจะได้รับยาฉีดป้องกันอาการคลื่นไส้อาเจียนก่อนรับยาเคมีบำบัดประมาณ 30 นาที
2. ยาเคมีบำบัดทุกชนิดอาจทำให้เกิดอาการแพ้ยาได้ หากรู้สึกแน่นหน้าอก หัวใจเต้นผิดปกติ ใจสั่น เวียนศีรษะ หายใจติดขัด ต้องแจ้งพยาบาลทันที 
3. ยา Oxaliplatin อาจทำให้เกิดอาการเกร็ง หรือความรู้สึกผิดปกติรอบๆ ปาก และคอ หลอดลมตีบ แน่นหน้าอก หายใจลำบาก ควรหลีกเลี่ยงการกินอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มที่เย็นโดยเฉพาะช่วงระหว่างให้ยาและหลังให้ยา 1-2 วันแรก 
4. หากมีอาการปวดบริเวณที่ให้ยา พยาบาลจะให้ประคบอุ่นเพื่อบรรเทาอาการ

อาการข้างเคียงจากยาสูตรนี้
1. หลังได้รับยาประมาณ 2-3 วัน อาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียน พะอืดพะอม ซึ่งแพทย์จะสั่งยาป้องกันอาการให้กลับไปรับประทานต่อที่บ้านต่อเนื่อง
2. ขนาดยาสะสมของยา Capecitabine อาจทำให้เกิดฝ่ามือและฝ่าเท้ามีอาการมีการบวม แดง ชา หรือ รู้สึกเจ็บเหมือนถูกแทงด้วยของแหลม  ในรายที่รุนแรงอาจเกิดเป็นแผลพุพอง แนะนำให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงการสวมรองเท้าที่คับจนเกินไป หลีกเลี่ยงการบีบนวดหรือกดแรงลงที่ฝ่ามือและเท้า ควรทาครีมหรือโลชั่นเพื่อรักษาความชุ่มชื้นของผิวหนังจะช่วยลดอาการปวดเจ็บได้
3. ขนาดยาสะสมของยา Oxaliplatin อาจทำให้เกิดอาการชาบริเวณปลายมือปลายเท้า การรับความรู้สึกลดลง ควรหลีกเลี่ยงการกินอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มที่เย็น หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่เย็น เช่น ห้องแอร์ และควรสวมเสื้อผ้าให้อบอุ่น อาการเหล่านี้จะดีขึ้นหลังสิ้นสุดการรักษา

 
ข้อมูลจากกลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
ติดต่อสอบถาม ห้องยาว่องวานิช ชั้น 4 โทร 0-2256-4538, หน่วยมะเร็งวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ โทร 0-2256-4533

 

 

สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา ฝ่ายรังสีวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 1873 ถนนพระราม4 ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
WEBMASTER CHULACANCER@YAHOO.COM

จำนวนคนเข้าใช้งาน

3 5 0 2 2 1 7

ข้อมูลในเว็บ chulacancer.net นี้เป็นข้อมูลเชิงวิชาการ การนำไปใช้รักษาผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย สาขารังสีรักษา
และมะเร็งวิทยาคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะไม่รับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามข้อมูลนี้ กรุณาปรึกษาแพทย์