การบริการ

การจำลองการรักษา

การฉายรังสีเป็นการใช้รังสีในปริมาณที่พลังงานสูงเกินกว่าระดับค่ามาตรฐานที่ยอมรับได้สำหรับบุคคลทั่วไปเพื่อรักษาโรค โดยมีระบวนการเป็นลำดับ ตั้งแต่การจำลองการรักษา การวางแผนการรักษา การตรวจสอบตำแหน่งก่อนเริ่มรักษา และการรักษาด้วยการฉายรังสี ตามลำดับ

สำหรับกระบวนการจำลองการรักษานั้น มีวัตถุประสงค์หลักๆ 2 ประการคือ

     1.เพื่อสร้าง และ/หรือ เลือกใช้อุปกรณ์ยึดตรึงผู้ป่วยให้เหมาะกับสรีระ และพยาธิสภาพผู้ป่วย เพราะการรักษาด้วยรังสีนั้น ผู้ป่วยจะต้องทำการฉายรังสีอย่างต่อเนื่องทุกๆ วัน กระบวนการนี้จึงเป็นระบวนการเริ่มต้นที่สำคัญสำหรับผู้ป่วย ซึ่งส่งผลต่อกระบวนการรักษาที่ถูกต้องและแม่นยำ ตรงตามแผนการรักษาที่แพทย์วางไว้ อุปกรณ์ที่ใช้มีหลากหลายเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถอยู่นิ่งๆ ไม่ขยับตัวได้นานตลอดการจำลองการรักษาจะเสร็จสิ้น และรู้สึกสบายมากที่สุด เช่น หมอนรองศรีษะขนาดต่างๆ ที่เหมาะสมกับความโค้งร่องคอผู้ป่วย หมอนรองใต้เข่า หรือข้อเท้า หรืออาจจะต้องทำการขึ้นรูปหน้ากากสำหรับผู้ป่วยที่ต้องฉายรังสีบริเวณศรีษะและลำคอ เป็นต้น

     2.เพื่อสร้างและเก็บข้อมูลภาพเพื่อใช้ในการวางแผนการรักษา หลังจากสร้าง และ/หรือ เลือกใช้อุปกรณ์ยึดตรึงผู้ป่วยเรียบร้อยแล้ว ผู้ป่วยจะถูกเก็บข้อมูลภาพด้วยเครื่องจำลองการรักษาที่แตกต่างกัน ดังนี้

          2.1) เครื่องเอกซเรย์จำลองการรักษา ลักษณะหน้าตาเครื่องก็คล้ายกับเครื่องเอกซเรย์โดยทั่วไปที่คุ้นเคยกัน เพียงแต่คุณลักษณะบางอย่างที่เฉพาะเพิ่มขึ้นเพื่อใช้ในจำลองการรักษา เช่น เตียงแบนราบเหมือนเครื่องฉายรังสี มีตัวรับภาพแบบดิจิตอล สามารถแสดงผลเป็นภาพแบบ 2 มิติ บนหน้าจอได้ทันที และที่สำคัญจะต้องมีเลเซอร์ที่ผนังและเพดานห้อง เพื่อใช้กำหนดจุดอ้างอิงบนตัวผู้ป่วยที่สัมพันธ์กับบริเวณที่ต้องการฉายรังสีของอวัยวะภายในตัวผู้ป่วยและผิวภายนอกตัวผู้ป่วย ซึ่งจุดอ้างอิงบนตัวผู้ป่วยนี้จะใช้เป็นจุดอ้างอิงในการจัดท่าผู้ป่วยเพื่อทำการฉายรังสีในวัดถัดๆ ไป ณ ห้องฉายรังสีต่อไป

          2.2) เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เพื่อการวินิจฉัยโรค ได้แก่ ขนาดของอุโมงค์ที่กว้างกว่าปกติ เพื่อเหมาะกับผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ยึดตรึงที่มีขนาดใหญ่ เตียงแบน และมีเลเซอร์เช่นเดียวกับเครื่องเอกซเรย์จำลองการรักษา แต่ภาพที่ได้จากเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ จะเป็นภาพ 3 มิติ คล้ายกับแตงกวาหั่นเป็นแผ่นๆ สามารถแสดงผลภาพความแตกต่างระหว่างกระดูกกับเนื้อเยื่อได้ชัดเจน มองเห็นรอยโรคที่อยู่ภายในตัวผู้ป่วยได้ทั้งแนวกว้าง ยาว และลึก  อีกทั้งสามารถมองเห็นขอบเขตอวัยวะข้างเคียงเพื่อใช้ประกอบกับการเลือกทิศทางการเข้าของลำรังสีในกระบวนการวางแผนการรักษาต่อไป
 
อย่างไรก็ตามภาพ 3 มิติจากเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ยังคงมีข้อจำกัด คือ ไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างเนื้อเยื่อออกจากกันได้อย่างชัดเจน อีกทั้งการพัฒนาด้านการวางแผนการรักษาและการฉายรังสีที่ต้องมีความแม่นยำมากขึ้น จึงจำเป็นที่จะต้องใช้เครื่องมืออื่นเข้ามาช่วยสร้างภาพ เพื่อใช้วางแผนการรักษาร่วมกับภาพ 3 มิติจากเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เพื่อให้แพทย์สามารถกำหนดขอบเขตรอยโรคได้ชัดเจนขึ้น ก็จะเป็นการลดปริมาณรังสีให้กับอวัยวะข้างเคียงได้อีกทางหนึ่ง 
         

สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา ฝ่ายรังสีวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 1873 ถนนพระราม4 ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
WEBMASTER CHULACANCER@YAHOO.COM

จำนวนคนเข้าใช้งาน

3 8 8 2 1 1 1

ข้อมูลในเว็บ chulacancer.net นี้เป็นข้อมูลเชิงวิชาการ การนำไปใช้รักษาผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย สาขารังสีรักษา
และมะเร็งวิทยาคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะไม่รับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามข้อมูลนี้ กรุณาปรึกษาแพทย์