โรคมะเร็ง

มะเร็งต่อมลูกหมาก (Prostate cancer)

ความรู้ทั่วไป

มะเร็งต่อมลูกมากเป็นมะเร็งที่พบบ่อยในเพศชายโดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยมักไม่มีอาการหรืออาจมีปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะลำบาก ซึ่งสาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด


หลักการการรักษา

การรักษามะเร็งต่อมลูกหมากสามารถทำได้หลายวิธ๊ ทั้งการตรวจติดตาม การผ่าตัด การฉายรังสีเพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง การให้ยาต้านฮอร์โมนเพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งหรือยาเคมีบำบัดในโรคที่แพร่กระจาย ทั้งนี้วิธีการรักษาขึ้นกับระยะของโรค ค่ามะเร็งต่อมลูกหมาก (PSA) ผลชิ้นเนื้อ


การฉายรังสี

การฉายรังสีเป็นการให้เอกซเรย์พลังงานสูงเพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง การฉายรังสีในมะเร็งต่อมลูกหมากมีบทบาทหลักในกรณีดังต่อไปนี้

  1. การฉายรังสีบริเวณต่อมลูกหมาก (Definitive radiotherapy)
  2. การฉายรังสีหลังผ่าตัดในบริเวณต่อมลูกหมากเดิมในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยง (Postoperative radiotherapy)
  3. การฉายรังสีเพื่อทุเลาอาการกรณีที่โรคมีการแพร่กระจาย (Palliative radiotherapy)

ขั้นตอนการฉายรังสีดังต่อไปนี้

  1. การเตรีมตัวก่อนจำลองฉายรังสี
  2. กรณีที่มีการฉีดสารทึบรังสี ผู้ป่วยต้องงดน้ำงดอาหารอย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนการจำลองฉายรังสี
  3. กรณีที่แพทย์ให้กลั้นปัสสาวะ ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงการปัสสาวะก่อนมาจำลองฉายรังสีประมาณ 3-4 ชั่วโมง ข้อดีของการกลั้นปัสสาวะคือกระเพาะปัสสาวะที่โป่งออกจะดันลำไส้ส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากบริเวณที่ฉายรังสี ช่วยลดผลข้างเคียงลดลง
  4. กรณีที่ฉายบริเวณต่อมลูกหมาก ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดลม ทานยาระบายและถ่ายอุจจาระก่อนมาจำลองฉายรังสี
  5. การจำลองการฉายรังสี ผู้ป่วยจะได้รับการจัดท่าทางเสมือนวันฉายรังสีจริง หลังจากนั้นจะทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ แพทย์จะกำหนดจุดในการฉายรังสี และขีดเส้นบนตัวผู้ป่วย ซึ่งเส้นดังกล่าวใช้เพื่อเทียบตำแหน่งกับวันฉายจริง ดังนั้นจึงมีความสำคัญที่ผู้ป่วยต้องดูและไม่ให้เส้นเลือนหายไปก่อนวันเริ่มฉายรังสี ผู้ป่วยบางรายอาจมีการทำเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพิ่มเติมเพื่อนำภาพดังกล่าวมาใช้วางแผนการรักษาร่วมกับภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หลังจากนั้นแพทย์จะนำภาพทั้งหมดไปใช้ในการวาดตำแหน่งของก้อนและอวัยวะข้างเคียง หลังจากนั้นนักฟิสิกส์จะคำนวณปริมาณรังสีโดยใช้เทคนิคแบบปรับความเข้ม (IMRT/VMAT) เพื่อให้ก้อนมะเร็งได้รับปริมาณรังสีตามต้องการ และหลีกเลี่ยงรังสีไม่ให้โดนอวัยวะข้างเคียงอื่น ๆ
  6. การฉายรังสี จำนวนครั้งของการฉายรังสีขึ้นกับสภาพร่ายกายผู้ป่วยและระยะของโรค โดยทั่วไปจะฉาย 35-44  ครั้ง โดยฉาย 5 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละประมาณ 15 นาที โดยก่อนฉายรังสีทุกครั้งจะมีการเช็คตำแหน่งของก้อนในห้องฉาย (IGRT) เพื่อให้มั่นใจว่าฉายได้ตรงตำแหน่งที่ต้องการ แต่อาจลดลงเหลือ 1-10 ครั้งในกรณีที่มะเร็งมีการแพร่กระจายหลายจุด หรือผู้ป่วยติดเตียง

ผลข้างเคียงจากการฉายรังสี

ผลที่เกิดขึ้นแตกต่างกันไปในแต่ละราย ขึ้นอยู่กับปริมาณรังสี หรือการรักษาอื่นร่วมด้วย ซึ่งผลข้างเคียงที่อาจเกิดได้ ได้แก่ ปัสสาวะบ่อยหรือแสบขัด ท้องเสีย อ่อนเพลีย ในระยะยาวอาจปัสสาวะหรืออุจจาระปนเลือด สมรรถภาพทางเพศลดลง


การตรวจติดตามระหว่างฉายรังสี

ระหว่างฉายรังสีจะมีการตรวจสัปดาห์ละครั้งเพื่อประเมินตำแหน่งของการฉายรังสีและประเมินผลข้างเคียงจากการฉายรังสี


การดูแลตนเองระหว่างฉายรังสี

ระหว่างฉายรังสี ผู้ป่วยควรเลือกรับประทานอาหารให้เพียงพอครบทั้ง 5 หมู่ หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดลม เช่น ถั่ว น้ำอัดลม ผักสด เป็นต้น พักผ่อนให้เพียงพอ ผู้ที่ต้องกลั้นปัสสาวะก่อนฉายรังสีควรดื่มน้ำให้ระหว่างฉายรังสีรู้สึกปวดปัสสาวะใกล้เคียงกับวันจำลองฉายรังสีให้มากที่สุด และควรทานยาระบายและถ่ายก่อนมาฉายรังสีทุกวันเพื่อไม่ให้ลำไส้โดนรังสีโดยไม่จำเป็น


 

สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา ฝ่ายรังสีวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 1873 ถนนพระราม4 ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
WEBMASTER CHULACANCER@YAHOO.COM

จำนวนคนเข้าใช้งาน

5 9 9 9 5 9 6

ข้อมูลในเว็บ chulacancer.net นี้เป็นข้อมูลเชิงวิชาการ การนำไปใช้รักษาผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย สาขารังสีรักษา
และมะเร็งวิทยาคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะไม่รับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามข้อมูลนี้ กรุณาปรึกษาแพทย์